3 May, 2024
0 Comments
1 category

เสมหะ เป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อดักจับฝุ่นละออง เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ. แต่เมื่อมีเสมหะมากเกินไป หรือเหนียวข้นจนขับออกยาก อาจก่อให้เกิดความรำคาญ อึดอัด และเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังได้
การดูดเสมหะ จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกำจัดเสมหะส่วนเกินออกจากทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัญหาในการขับเสมหะ เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว
วิธีการดูดเสมหะอย่างถูกวิธี
- เตรียมอุปกรณ์:
- เครื่องดูดเสมหะ
- สายดูดเสมหะ (catheter) ขนาดที่เหมาะสม
- ถ้วยรองเสมหะ
- น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (normal saline)
- ถุงมือ
- กระดาษทิชชู
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ประกอบอุปกรณ์ตามคู่มือการใช้งานของเครื่องดูดเสมหะ
- ปรับระดับแรงดูดให้เหมาะสมโดยปกติจะเริ่มจากระดับต่ำสุดก่อน
- สวมถุงมือเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- หล่อลื่นสายดูดเสมหะด้วยน้ำเกลือเพื่อลดการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
- ใส่สายดูดเสมหะ เข้าไปในจมูก หรือปาก โดยระวังอย่าให้ลึกเกินไป
- การดูดเสมหะทางจมูก: ใส่สายดูดเสมหะเข้าไปตามแนวของฐานจมูก โดยให้ปลายสายชี้ไปทางด้านหลังศีรษะ
- การดูดเสมหะทางปาก**: ใส่สายดูดเสมหะเข้าไปตามแนวของกระพุ้งแก้ม โดยให้ปลายสายชี้ลงไปทางคอ
- เปิดเครื่องดูดเสมหะและค่อยๆ ดึงสายดูดเสมหะออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับหมุนสายไปรอบๆ เพื่อดูดเสมหะออกมาให้ทั่วถึง
- ปิดเครื่องดูดเสมหะเมื่อดูดเสมหะเสร็จ
- ทำความสะอาดอุปกรณ์ตามคู่มือการใช้งาน และทิ้งเสมหะอย่างถูกวิธี
- ล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรดูดเสมหะบ่อย หรือแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ทางเดินหายใจระคายเคือง และมีเลือดออกได้
- ควรสังเกตสี ลักษณะ และปริมาณของเสมหะ หากพบความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์
- ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ควรดูดเสมหะทางปาก และระวังไม่ให้สำลัก
การดูดเสมหะอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Tags: การดูดเสมหะ
Category: Health
